จัดการกับบล็อกสแปม

| 0 ความคิดเห็น

วันนี้เปิดเข้าไปดูเมล์ อ่า! Blogger ส่งข้อความแจ้งมาว่า มีคนเข้ามาคอมเมนต์ในบล็อกของเราเพียบเลย (ดีใจ มีคนอ่าน) …แต่ช้าก่อน! นั่นมันคอมเมนต์ภาษาต่างดาวที่ไหนนั่น อ่านไม่ออกเลย ดูเอาเถอะครับ…

image

ไม่ภาษาจีนก็ญี่ปุ่นแน่เลย คอมเมนต์จากคนคนเดียวกัน ข้อความเดิมๆ ซ้ำๆ แต่โพสต์ไว้หลายๆ เนื้อหา …ลองใช้ Google Translate แปลดู ก็ได้ความประมาณว่า เป็นโฆษณาเว็บไซต์หนัง Av ของผู้ใหญ่อะไรพวกนั้นครับ!!

 

ไหนลองคลิกตามลิงค์ชื่อบล็อกของเขาที่ปรากฏอยู่เข้าไปดูซิ อ่า..เข้าไปได้ แต่บล็อกของมันก็ไม่มีเนื้อหาอะไรเลย แต่เนื้อหาที่คอมเมนต์ไว้น่าจะเป็นลิงค์ไปเว็บ/บล็อกอื่นอีกที ..อือ ลองเอาเมาส์ไปวางเหนือเนื้อหาพวกนั้นดู …ใช่จริงๆ ด้วยหละ

 

ไม่พูดพล่ามทำเพลง ผมจัดการคลิกแจ้ง Google  เลยทันที เพราะเห็นว่า การกระทำของเขาถือเป็นการก่อกวนครับ สิ่งที่เค้าทำเข้าข่าย สแปมครับ เรียกว่า สแปมคอมเมนต์ บล็อกสแปม (Spam blog) หรือ สปล็อก (Splog)

 

 

image

ก็แจ้ง Google ไปว่า เราเจอสแปมคอมเมนต์จากเจ้าคนนี้ …ซึ่งวิธีการนั้นไม่ยุ่งยากอะไรเลย แค่คลิก และเลือกตัวเลือก และทำตามคำแนะนำของ Google จะปรากฏ URL ของบล็อกที่เราจะจัดการ เสร็จแล้ว ก็คลิก Submit เป็นอันเสร็จสิ้น

image

จากนั้น ก็รอดูผลว่า ทาง Google เค้าจะจัดการต่ออย่างไร

ไม่ได้หละครับ มาก่อกวน มาคุกคามกันเยี่ยงนี้ ยอมให้ไม่ได้ครับ ถ้าเข้ามาคอมเมนต์ มาพูดคุยกันปกติดีๆ จะไม่ว่าอย่างไรเลย …ฮึ!!

 

แท็กของ Technorati: {กลุ่มแท็ก}

อย่ากลัว …ที่จะตาม(คนอื่น)

| 0 ความคิดเห็น

ตั้งแต่ Google ออกแกดเจ็ต Google Friend Connect มาให้กับผู้ใช้ Blog โดยเฉพาะ Blogspot ประโยชน์ที่เห็นได้ชัดๆ ก็คือ ทำให้เราสามารถใช้ Google Friend Connect เพื่อตามติด(Follower) Blog ที่เราสนใจ ใคร่อ่านอยู่เป็นประจำ เพื่อไม่พลาดการอัพเดทเนื้อหาของ Blog นั้นๆ
image
และในขณะเดียวกัน เราก็สามารถเอาเจ้า Google Friend Connect มาแปะไว้ที่ Blog ของเรา เพื่อให้ผู้อ่านที่สนใจเรื่องที่เราเขียนในบล็อก เข้ามาร่วมเป็นผู้ตามกับ Blog ของเรา ซึ่งจะทำให้เขาทราบความเคลื่อนไหวของเนื้อหาที่เราอัพเดท
ทั้งการตามเขา หรือเขาตามเรา สำหรับผมแล้วถือว่าได้ประโยชน์กันทั้ง 2 ฝ่าย …อย่างไรเอ่ย?

  • ผู้ถูกตาม ก็จะได้รู้ว่ามีผู้อ่านมากน้อยแค่ไหน ที่สนใจในเนื้อหาที่เราเขียน หากมีน้อย เราจะได้ปรับปรุงการเขียนให้ดีขึ้น แต่ถ้าหากมีมากๆ แสดงว่าเค้าให้ความสนใจเรื่องที่เราเขียนมาก ดังนั้นเราก็ควรที่จะไม่ทำให้เค้าผิดหวัง ต้องหมั่นอัพเนื้อหาบ่อยๆ และเสนอเรื่องที่น่าสนใน เป็นประโยชน์ต่อผู้อ่านให้มากขึ้นๆ
  • ผู้ตาม ก็จะไม่พลาดกับเนื้อหาเรื่องที่เค้าสนใจ ที่อัพเดทตลอดเวลา โดยที่เค้าไม่ต้องเข้ามาดูในบล็อก หากมีเรื่องที่เค้าสนใจ เค้าก็สามารถคลิกผ่านบล็อกของตัวเองเข้ามาอ่านได้
และการตามบล็อกของคนอื่น ก็ใช่ว่าจะทำให้เรารู้สึกด้อย เหมือนกับว่าต้องตามผู้อื่น ซึ่งบางคนบอกว่า “อย่าดีแต่วิ่งตามคนอื่น” “หากมัวแต่เดินตามรอยเท้าคนอื่น เราก็ไม่มีรอยเท้าเป็น
ของตัวเอง” นั่นมันไม่เกี่ยวกันเลยนะครับ ...คนละเรื่องเดียวกันหนะครับ
กับเรื่องของบล็อก ..การ Follow(ตาม) Blog คนอื่นกลับจะทำให้เราได้ผู้อ่านบล็อกเพิ่มขึ้น เอ! แล้วมันเพิ่มอย่างไร?
image
ลองสังเกตุดูนะครับว่า หากเราคลิกที่ปุ่ม Follower ใน Google Friend Connect จะเห็นรูปเหมือนข้างบนนี้ จะมีสามส่วน คือ
  • ชื่อ และอวาตาร์ และโปร์ไฟล์ของผู้ตาม
  • ส่วนที่เป็น Links คือรายการ Blog ของผู้ตามนะครับ
  • ส่วนสุดท้าย บอกให้รู้ว่า เค้าได้เข้าร่วมตาม Blog กับที่ใดบ้าง
ทั้ง 3 ส่วนในนี้ ส่วนที่น่าจะสำคัญที่สุดน่าจะอยู่ที่ ส่วน Link หนะครับ เพราะผู้ที่คลิกเปิด Google Friend Connect ขึ้นมาจะต้องเกิดความสนใจขึ้นมาว่า ผู้ตามคนนี้ มี Blog อะไรบ้าง และน่าสนใจไหม? (ตามประสาคนที่ชอบรู้ชอบเห็น) และเชื่อได้เลยว่า เค้าจะต้องคลิกเข้าไปดู Blog เหล่านั้นที่มีอยู่แน่นอน
แล้วคนที่จะคลิกเป็นใครบ้างหละ?
  • เจ้าของ Blog เอง ที่เรา Follow นั่นหละครับ และ…(โดยเฉพาะตัวผม ผมจะสงสัยแล้วเข้าไปดูเกือบทุกคนที่เข้ามา Follow ครับ)
  • ผู้อ่านคนอื่นๆ ที่เข้ามาอ่าน Blog ของคนที่เราตามไงครับ …แม้จะไม่ทุกคน แต่ก็ต้องมีบ้างหละที่เค้าอยากรู้อยากเห็น (เอ๊ ชื่อนี้เพราะๆ ลองคลิกเข้าไปดูซิ!)
ทีนี้เราก็จะได้ผู้อ่าน Blog เพิ่มขึ้น อย่างน้อยก็เจ้าของ Blog ที่เราไปตาม หรือ Follow เค้านั่นแหละครับ และอาจจะได้ผู้อ่านคนอื่นๆ ที่เข้ามาอ่าน Blog ที่เราตามนั้นด้วย
แล้วทีนี้เราก็รู้ว่า Google Friend Connect มีประโยชน์เบื้องต้นอย่างนี้ และพูดได้ว่า “การตามผู้อื่น ก็ไม่ได้เสียหายอะไรเลย”  แถมดีเสียอีก “ได้ผู้อ่านเพิ่มขึ้น” ...เป็นการแอบโปรโมท Blog ของตัวเองไปในตัว ฮี่ ฮี่!!

เนื้อหาเพิ่มเติม : การติดตามคืออะไร

แท็กของ Technorati: {กลุ่มแท็ก},,

กำหนดหมวดหมู่ ให้กับบทความ

| 0 ความคิดเห็น

พอดีมีผู้ชมเข้ามาถามว่าจะจัดหมวดหมู่ให้กับ Blog อย่างไร ผมก็เลยต้องรีบเขียนให้เป็นการด่วนเลย ไม่ได้ซิต้องรักษาผู้อ่านไว้ ..ยิ่งหายากอยู่ด้วย(หุหุ)

บางคนอาจสงสัย และไม่เชื่อว่า ทำเมนูให้กับ Blog ไม่ได้ ขอเถียงนะจ๊ะ มันทำได้จ๊ะ ง่ายๆ ด้วยหละ ผมทำง่ายๆ แบบนี้เลย ใช้วิธีนี้ทำเมนูให้กับบล็อกได้ แม้จะไม่ใช่เมนูแบบตรงๆ แต่ก็ทดแทนกันได้น๊ะ …เริ่มกันเลย

เราจะทำการ กำหนดหมวดหมู่ ให้กับบทความ ..ก่อนอื่นมาดูหน้าตาของ Blog ที่เราสร้าง ดังตัวอย่าง...

clip_image002

ซึ่งบล็อกปกติที่สร้างเสร็จใหม่ๆ จะมีส่วนประกอบต่างๆ ดังนี้

  1. ชื่อบทความ(ปัจจุบัน) ที่เราเขียน
  2. วัน/เดือน/ปี ที่เขียน
  3. เนื้อหาในบทความ
  4. ชื่อผู้เขียน (เราเอง) + เวลาที่เขียน
  5. ส่วนที่แสดงความเห็น
  6. โปรไฟล์ (หรือข้อมูลส่วนตัวของเจ้าของ Blog)
  7. คลังบทความ ที่เก็บบทความที่เขียนไปแล้ว ซึ่งจะเก็บเรียงตามเดือนและปี บทความล่าสุดจะอยู่ด้านบน ..สามารถค้นเรื่องเก่าๆ ที่เคยเสนอไปแล้วจากตรงนี้ได้

ดูจากตัวอย่าง จะเห็นว่าเป็น Blog ที่เรียบง่ายมาก ไม่มีส่วนประกอบอะไรอื่นๆ ให้น่าสนใจเลย ดังนั้นในวันนี้เราจะมาเพิ่ม ส่วนที่จะแสดงบทความรวมเป็นหมวดหมู่ เป็นการรวมบทความที่เราเขียนไว้เป็นกลุ่มๆ เพื่อง่ายต่อการค้นหาเรื่องนั้นๆ หรือเรื่องอื่นๆ ที่เกี่ยวข้องกัน ..ทำให้ Blog ของเรามีลักษณะคล้ายเว็บไซต์ที่มีเมนูแยกเรื่องต่างๆ เป็นหมวดหมู่ (ไว้ด้านข้างของ Blog) ทำให้ดูดีมากขึ้น ตามวิธีการต่อไปนี้

a. ล็อกอิน (Sign in) เข้าไปใน Blog ของตัวเอง จากนั้น

b. เมื่อเข้าสู่หน้า (Dashboard) (เฉพาะ Blogger) จะเห็นรายการ Blog ของตัวเองที่สร้างไว้ ให้คลิกที่หัวข้อ รูปแบบ .. clip_image004

จากนั้นคลิกที่ลิงค์เมนู รูปแบบ จะเข้าสู่หน้า เพิ่มและจัดเรียงองค์ประกอบของหน้า ทีนี้เราจะเพิ่มเป็นเมนูด้านข้าง (Sidebar)

c. ให้คลิก เพิ่มองค์ประกอบของหน้า จากนั้นจะเปิดป๊อบอัพ เลือกองค์ประกอบของหน้าใหม่ ขึ้นมา

d. ในหัวข้อ ป้ายกำกับ ให้คลิก เพิ่มในบล็อก จากนั้นป๊อบอัพ ตั้งค่าป้ายกำกับ จะเปิดขึ้นมา ให้ตั้งชื่อป้ายกำกับใหม่เช่น “เรื่องตามหมวดหมู่” จากนั้นคลิกที่ปุ่ม บันทึก
clip_image006

e. clip_image009จะกลับมาที่หน้า เพิ่มและจัดเรียงองค์ประกอบของหน้า เราจะเห็นว่าสิ่งที่เพิ่มลงไปจะไปอยู่ข้างบนสุดของด้านข้าง ให้ใช้เมาส์คลิกและลากลงมาไว้ด้านล่าสุด หรือจัดให้อยู่ในตำแหน่งที่เหมาะสม
clip_image007

 

 

จากนั้นคลิกที่ปุ่ม clip_image011บันทึก

f. เสร็จแล้ว หากต้องการดูสิ่งที่เราได้ทำการเปลี่ยนแปลงไปแล้ว ให้คลิกที่ แสดงตัวอย่าง หรือ ดูบล็อก
clip_image013เสร็จแล้วเข้าไปแก้เรื่อง(บทความ)ที่เขียนไปแล้ว ให้มีส่วนของป้ายกำกับด้วย ..คลิกที่แท็บ การส่งบทความ

g. ในหน้า การส่งบทความ ให้คลิกที่แท็บ แก้ไขบทความ เพื่อเลือกเรื่องที่เราจะแก้ไข(เพิ่มป้ายกำกับ) จากนั้นก็เลือกเรื่องที่เราจะแก้ไข โดยคลิกที่ [ ] แก้ไข หน้า บทความที่เราจะแก้ไข

h. เมื่อเข้าสู่หน้า แก้ไขบทความ ให้เลื่อนลงมาล่างสุด จะเห็นส่วน ป้ายกำกับสำหรับบทความนี้: ในช่อง ให้พิมพ์ชื่อป้ายกำกับที่เราต้องการลงไป (ดูตัวอย่าง) ในครั้งต่อไปหากเรื่องที่เราเขียน อยู่ในกลุ่มเดียวกับเรื่องเคยลงไปแล้ว ให้คลิกเลือกตรง แสดงทั้งหมด แล้วคลิกที่ชื่อป้ายกำกับ ที่แสดงอยู่ได้เลย

i. จากนั้น คลิกปุ่ม เผยแพร่บทความ เป็นอันเสร็จเรียบร้อย

** สำหรับบล็อกอื่นๆ ...ให้ปรับแต่งค่า ให้ได้ใกล้เคียงนี้ ...ซึ่งไม่ยาก ลองศึกษาดู จะเห็นว่ามันมีการปรับแต่งค่าต่างๆ คล้ายๆ กัน (ลองศึกษาดูนะครับ)

 

แท็กของ Technorati: {กลุ่มแท็ก}

Windows 7 แอดฟอนท์อย่างนี้เอง

ทดลองใช้ Windows 7 มาได้สักพัก กะว่าจะลงฟอนท์เพิ่ม

อ่า แต่หาที่จะแอดเท่าไหร่ก็ไม่เจอ ไม่ว่าจะเปิด Contrrol Panel –> Fonts แล้วก็ตาม

ก็ยังหาปุ่ม หาคำสั่งที่มันเกี่ยวกับ Add Fonts หรือ Install New Fonts อะไรไม่ได้เลย

…หรือว่ามัน Add Fonts ใน Windows 7 ไม่ได้ แล้ว Windows 7 มัน Add Fonts อย่างไร?

 

แอบคิดในใจ ..แต่ยังไม่แน่ใจ ลองไปเปิดเน็ตค้นหาดูซิ …อือแฮะ! เป็นดั่งที่คิดไว้จริงๆ  มันธรรมดาอย่างนี้เองเหรอเนี่ย?

ก็แค่ ไปคัดลอกบรรดาไฟล์ฟอนท์(.ttf) ทั้งหลายไปวางในโฟลเดอร์ X:\Windows\Fonts …ง่ายๆ แค่นี้ก็เป็นอันเรียบร้อยแล้ว ใช้ได้เลยครับ

…แบบนี้จะเรียกว่า “สูงสุดคืนสู่สามัญ” ได้มั๊ยเนี่ย

 

หมายเหตุ X คือ ไดรฟ์ที่ลงวินโดวส์ ครับ

 

แท็กของ Technorati: {กลุ่มแท็ก},

Related Posts with Thumbnails

ARiP IT News